Make your own free website on Tripod.com
โลโก้นะเนี่ย

阿明的記憶和日記

阿明的網站 | ก้องรับแขก | ก้อง's Story |
ก้อง's memory| ก๊วนนายก้อง | ก้อง Society|
ก้อง's Family| ก้อง's Board| GuestBook |
ก้อง's Magazine| นายก้องพาท่องเว็บ| ขอบคุณครับ|


ทำไมไมแต่งงาน ?



ทำไมไม่แต่งงาน ?
เรื่องนี้ผมมีเหตุผลหลายอย่าง หลายประการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นปมที่ซ่อนลึกทางจิตใจที่มีมาตั้งแต่เด็ก ความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน สภาวะอารมณ์และจิตใจของผมเอง ข้างล่างนี้เองจะแสดงให้เห็นถึงปมภายในใจผมที่พยายามหาทางแก้ให้มัน และคำแนะนำดี ๆ เสมอมาของรุ่นพี่ที่แสนดี ที่ผมไม่เคยพบเจอตัวจริงมาก่อนเลย และนี่คือมิตรภาพบนโลกไซเบอร์ ที่หลาย ๆ คนอาจไม่คิดว่ามันมีอยู่จริง

ลบ ตอบ ถามหน่อยเถอะสำหรับคนที่มีครอบครัวแล้ว

ตอบกระทู้ชาวบ้านเขามาเป็นชาติแล้ว ผมยังไม่มีโอกาสได้ตั้งกระทู้ถามชาวบ้านเป็นเรื่องเป็นราวซักที
วันนี้อารมณ์มันให้ ซึ่งนานๆจะมีความรู้สึกอย่างนี้เกิดขึ้นทีในชีวิต

คือผมเองถ้าพูดจากส่วนลึกในจิตใจผมเองไม่ค่อยศรัทธาในชีวิตคู่ซักเท่าใหร่ ผมมองว่าคู่ที่ประสพความสำเร็จในการครองชีวิตนั้นมีน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบอัตราส่วนกับคู่ที่ระหองระแหงหรือประสพปัญหาอย่าร้าง หรือนอกใจมีบ้านเล็กบ้านน้อยก็ว่ากันไป
บางทีผมอาจจะเริ่มแก่แล้วมั้ง ซึ่งตัวผมเองไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่ อายุแค่หลักสามต้น ๆ น่าจะเรียกว่ายังเป็นวัยหนุ่มหรือที่คนอื่นเรียกว่าเป็นหนุ่มใหญ่มากกว่า แต่ตามศักดิ์ตอนนี้ผมคนเรียกผมครบทุกตำแหน่งแล้ว ทั้ง พี่ น้า อา ลุง ตา ปู่ แต่ผมก็บังคับหลาน ๆ ทุกคนให้เรียกพี่ทั้งที่ผมเป็นน้าเป็นอา
ความจริงก็อาจจะแก่แล้วแต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองแก่ หากคิดตรงที่ว่าคนแก่คือคนที่เหลือเวลาในชีวิตน้อยลง ผมเองก็ควรจะเรียกได้ว่าเป็นคนแก่แล้ว ถ้าผมเอาอายุท่านพ่อผมมาเป็นเกณฑ์หากว่าผมจบชีวิตผมอายุเท่ากันกับท่านพ่อ แสดงว่าผมมีเวลาเหลือสำหรับชีวิตอีกไม่ถึงยี่สิบปี
อีกทั้งโรคประจำตัวไม่ว่าจะเกี่ยวกับหัวใจ ไต และหากไปตรวจสุขภาพอาจจะเจออย่างอื่นเพิ่มอีกอย่างความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานก็ว่ากันไป ก็คงมองได้ว่าผมเหลือเวลาสำหรับชีวิตนี้อีกไม่กี่ปี หากนับอย่างนี้ผมเองก็คงจะเป็นคนที่แก่แล้ว
เพื่อนฝูงรุ่นราวคราวเดียวกันลูกมันก็เรียนมัธยมกันแล้ว คนที่แต่งงานช้าหน่อยลูกก็ยังเรียนประถมอยู่ แต่ผมก็ยังลอยไปลอยมาอย่างที่บางคนเรียกว่าพ่อพวงมาลัย ทั้งที่ผมเองก็ไม่เคยมีลูกเป็นพวงมาลัยเลย

ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหงา ออเซาะ หรืออ่อนแอประการใด ผมเริ่มรู้สึกว่าอยากจะมีใครซักคนอยู่ข้างๆ คอยรับรู้และเข้าใจ ผมรู้สึกว่าผมเดินเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกที
และผมเองก็ไม่อยากจะตายอย่างโดดเดี่ยว อย่างน้อยก่อนตายขอมีใครซักคนอยู่ข้าง ๆ ผมเองค่อนข้างจะเรื่องมากและเลือกมากพอสมควร อะไรๆ ก็ไม่ลงตัวจนเวลาล่วงเลยผ่านมาขนาดนี้
ผมเองเคยมีแฟนมาหลายคนแต่ผมมันคงจะเลว เพราะผมจะเป็นฝ่ายขอเลิกก่อนทุกที มีผู้หญิงคนหนึ่ง(เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น)ที่เป็นมากกว่าแฟน ผมควรจะลงเอยและมีครอบครัวกับผู้หญิงคนนั้น แต่ด้วยเหตุผลงี่เง่าและปมปัญหาบ้าบอในจิตใจที่อาจจะฝังจำมาจากวัยเด็กหรือจากชีวิตที่เป็นอยู่ทำให้ผมขอเลิกกับเธออย่างที่เธอไม่ทันจะได้ตั้งตัว ทั้งที่เรายังรักกันดี ๆ ไม่มีแววว่าจะเลิกรากันไปได้
ผมทำให้เธอเจ็บ ผู้หญิงที่ยอมทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อผม แต่ผมก็เดินออกมาจากชีวิตเธอ ทั้งที่เธอยังรักผมและผมยังรักเธอ ฟังดูแปลก ๆ บ้า ๆ แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมเลิกกับเธอทั้งที่ผมยังรักเธอ ผมขอคบกับเธอแค่น้องสาวทั้งที่ก่อนหน้านั้นเป็นเป็นมากกว่านั้น เป็นมากกว่าเพื่อน มากกว่าแฟน
ผมไม่มีทางรู้ว่าเธอเจ็บมากขนาดใหน แต่วันหนึ่งเธอก็เอาคืน ด้วยการพาแฟนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก วันนั้นผมหัวใจชา เจ็บลึกเข้าไปในใจ ผมพอจะเดาออกได้เลยว่าตอนที่ผมขอเลิกกับเธอเธอเจ็บขนาดใหน ผมไม่รู้ว่าผมทำบ้าอะไรลงไป แต่ผมรู้ว่านี่เป็นการเอาคืนของเธอ เธอที่ผมยังรักและอยากจะกลับมาเริ่มต้นใหม่กับเธอตลอดเวลา แต่ผมมันเลว ผมมันบ้า ผมมีความกลัวบ้าบออะไรซักอย่างอยู่ในใจที่ผมไม่สามารถทำลายมันได้
ผมเจ็บมากในวันนั้น มันเป็นวันที่ผมนัดเจอกับเธอพูดคุยกัน ด้วยหวังว่าจะขอกลับมาเริ่มต้นใหม่กับเธออีกครั้ง แต่ "กว่าจะรู้ความต้องการของใจตัวเองก็สายเกินไป"

ผมเคยคิดมาตลอดว่าชีวิตคู่อาจจะไม่ใช่สิ่งสำคัญหรือจำเป็นสำหรับชีวิต แต่ผมก็ผ่านชีวิตมาอย่างโดดเดี่ยวและเงียบเหงาตลอดมา มีชีวิตอยู่กับเพื่อนฝูง เบียร์ คาราโอเกะ และเข้าวัดให้ใจสงบ ยิ่งนานวันไปผมรู้สึกตัวว่าผมแก่ตัวลงไปทุกที ๆ ชอบนึกถึงอดีตเก่า ๆ เริ่มหาซื้อคาเมนไรเดอร์ หุ่นแซต เก็ตเตอร์ และหนังจีนเก่า ๆ เพลงเก่า ๆ ความประทับใจในวัยเด็กและวัยรุ่นมาเก็บ บางทีผมอาจจะแก่แล้วจริง ๆ
เริ่มรู้ตัวว่ามันถึงเวลาแล้วกระมังที่จะมีใครซักคนไว้ดูแลซึ่งกันและกันในบั้นปลายชีวิต ผมนึกย้อนกลับไปในอดีตพบว่าตัวผมเองทำให้ผู้หญิงเจ็บมาหลายคน ผมไม่อยากจะให้มันเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีก เพราะคนที่เจ็บไม่ได้มีเพียงฝ่ายเดียว ผมเองก็เจ็บด้วยเมื่อ"เห่าฟูย"คือเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเองในอดีต
ผมกำลังคิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผมจะมีครอบครัว หรือจะอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตเพื่อไม่ให้ผู้หญิงคนใหนต้องเจ็บเพราะผมอีก รวมทั้งตัวผมเองจะได้ไม่ต้อง"เห่าฟูย"อีก

ผมแค่อยากจะถามสหายชาวยุทธผู้มีครอบครัวกันว่า "ชีวิตคู่มีความสุขกว่าชีวิตโสดจริงหรือ" อยากให้บอกความรู้สึกจากใจว่าถ้าท่านย้อนเวลาได้ ท่านอยากจะมีชีวิตคู่หรือท่านอยากจะอยู่เป็นโสดกันแน่
บางทีความเห็นของหลายๆท่านอาจจะช่วยให้ขทสรุปหรือมุมมองชีวิตใหม่แก่ผู้ชายเลว ๆ บ้า ๆ ที่เหลือเวลาในชีวิตน้อยลงทุกวันคนนี้ได้
อย่างน้อยถ้าไม่มีใครคิดจะตอบผมอยากทราบความเห็นของเฮียวาสิน ท่านมารบะหมี่ คุณปลัดหนุ่ม ท่านอาวุโสน้านัน อาอี้ และท่านจอมยุทธ

เคารพทุกความคิดเห็น
คาราวะ
Jonathan Kong

โดย JK! หมัดมั่ว   เมื่อ วันอังคารที่ 20  เมษายน 2547, 22:45:11 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 1
จากประสพการณ์ ของผม ชีวิตคู่ มีปัญหา ต้องคอยสะสาง
มากกว่า ชีวิตเดี่ยว แต่เผอิญ คนอย่างผม เกิดมาเพื่อจะให้ ผู้อื่นมีความสุข คือเกิดมา เพื่อแสวงหา คนที่เราจะทำให้มีความสุข
ก็เลยยอม เหนื่อยยาก ใช้ปัญญา แก้ปัญหา ไปเรื่อย
สำหรับท่าน เจ.เค. บอกได้เลย ว่า ท่าน เป็น ผีเสื้อมา ตลอดชีวิต
ถ้า วันหนึ่ง จะมี คนเข้ามาบงการ ชีวิต ของท่าน ดังต่อไปนี้

" พี่ๆ ไปอาบน้ำได้แล้ว เนื้อตัวเหม็นอับ แล้วก็แปรงฟัน ให้มันหลายๆ รอบ รู้ไหม? พี่เริ่มมีกลิ่นปาก *บุหรี่ เนี่ยตัวดี สูบมันทำไม?นัก เดี๋ยวก็เป็นมะเร็งถุงลมโป่งพอง ไม่รู้จักรักห่วงสุขภาพตัวเอง
น้อง รักพี่ นะถึงได้เตือนพี่"
"ทำไม ไม่โกนหนวด ยาว แล้วแข็งด้วยเจ็บจะตาย เวลามาหอมแก้มน้องทีๆ หนวดมันตำน้อง"
"ผม นะไปตัดได้แล้ว ยาว จนจะปิดลูกตา เวลา พี่ผมยาว รู้ไหม? หน้าพี่ดำ หมอง ไม่มีราศี"
"เบียร์ กับเหล้า นี่จะดื่ม ไปทำไม นัก แพงๆ ก็แพง ไม่เห็น มันจะมีประโยชน์ ตรงไหน? ทำไม พวกซุปไก่สกัดไม่รู้จัก กินเข้าไป?"
"โหม งาน อะไร? กันหนักหนา ทำไม ไม่รู้จักหา เวลา ให้ครอบครัวหัดทำกิจกรรม กับครอบครัว บ้างซิ รู้ไหม? ว่าน้องเหงา ไม่มีเพื่อน"

"บอกแล้ว เสื้อตัวนี้ อย่าใส่ เชย ก็เชย ไม่เห็น มันเสริมบุคคลิกเลย ทำไม ไม่ยอมเชื่อกัน บ้าง พี่นี้ดื้อจัง"
"เพื่อน พี่เนี่ย หัดเลือกคบ บ้าง เห็น เพื่อนพี่แต่ละคน คอยแต่จะเอา
เปรียบพี่ น้องไม่ชอบ ให้คนที่ตัวเองรัก ถูกเอาเปรียบ"
ฯลฯ อ่านว่า และอื่นๆ อีก มากมายก่ายกอง

แต่คุณ เจเค. เวลาที่คุณ นอนไม่หลับ เวลาที่คุณ คิดอะไร? ไม่ออก
หากคุณ ชวนเธอขึ้นสวรรค์ได้พร้อมกัน เมื่อไร? สิ่งที่ตีบตัน ทางความคิด จะเปิดโล่ง?
และมี หนึ่งอย่างที่ผม ลืมไม่ลง ผม เป็นคนดื้อ ไม่จำเป็น จริง ผม ไม่ไปหาหมอ เพราะ ในบางขณะ ผมว่า ผมรู้เรื่องร่างกายของผม มากกว่าหมอ เพราะถ้า ผมไม่เล่าเรื่องของผม ให้หมอฟัง หมอไม่มีทาง วินิจฉัย โรคผมถูก ผมถ่าย เพราะท้องเสีย กินปลาหมึกย่าง กับกุ้งย่าง เข้าไป สงสัย ของทะเล คงแช่ ฟอร์มาลิน
24 ครั้ง ใน 1 คืน ที่ผมถ่าย ถ้าไม่มี วันทอง ดูแล ผมอยู่
ก็ไม่รู้ ผม จะได้มานั่ง คุย กับคุณ เจ เค อยู่อย่างนี้หรือเปล่า?

ผม ไม่กล้าพูดว่า ชีวิตเดี่ยว หรือ ชีวิต คู่ ดีกว่า ผมรู้แต่ว่า
มนุษย์ เป็นสัตว์สังคม
ผมยัง หวังว่า คุณ อาจจะเจอ คนที่เข้าใจคุณ แต่อย่างไร? ก็ไม่เท่ากับถามเขาหลอกนะ เพราะผม เข้าใจ ว่า คุณ เจเค เป็นคนที่มี ความคิด ข้ามช็อต ส่วนใหญ่ จะคิดเอาเอง จากการกระทำ ของคนรอบข้าง
ไม่แน่เสมอไปนะ ว่าจะถูก? เพราะบ่อยครั้ง ที่คนอย่างผม ชอบทำให้คนที่คิดว่า ไอคิว แน่ๆ หลงทางไปเลย
วันทอง ก็เป็น คนหนึ่ง ที่ทำให้ผม หลงทาง ไปเลย กับการ คิดเอง แล้ว เออเอง?
แต่คู่คิด คุณ เจเค จะต้อง มาจากครอบครัว ที่อบอุ่น มีความรักที่เพียบพร้อมมาก่อน มีการศึกษา ไม่ควรต่ำกว่า ปริญญาตรี
ข้อสำคัญ ต้องสวย มิเช่นนั้น คุณ เจเค แกไม่กล้า เดินด้วย
สมน้ำหน้า อยากเลือกนักนี่ เลยหาไม่ค่อยเจอ ลองไม่หาดูสิ อาจจะเจอ


โดย วาสิน ไทยแท้   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 01:47:35 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 2
น้อยใจนัก....
ไม่ถามผู้ ฒ...เลยนะ
แต่ก็อยากเข้ามามีส่วนร่วมกับชีวิตผู้คน (เสือกเล็กๆ เสือกน้อยๆ)

ชีวิตคู่แม้จะยุ่งยาก วุ่นวาย สับสน แต่เป็นชีวิตที่มีค่า
ชีวิตเดี่ยวแม้ สะดวกสบาย เป็นตัวของตัวเอง บางครั้งก็เงียบเหงา
บางครั้งแม้ไม่ใช่ตัวเรา แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ควรมี
หากมีบุตร ย่อมมีคุณค่าในความเป็นสัตว์มนุษย์ที่เกิดมา
ไม่ใช่มีความหมายแค่การสมสู่ แต่เป็นการสร้างสรรค์ชีวิต
ไม่ใช่เพื่อความสุขของตนแต่เป็นความสุขของสรรพสิ่ง
บ้างแม้เจ็บปวด แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ
สำคัญที่คุณรักเป็นหรือเปล่า รักผู้อื่นบ้างหรือไม่
แบ่งปันผู้อื่นเป็นหรือไม่
หากไม่รู้จักรัก ย่อมไม่รู้จักเสียใจ
หากท่านเสียใจ ย่อมรู้จักรัก
ท่านยังเป็นคน เป็นมนุษย์ แม้อาจไม่ดีมากนัก แต่ก็ไม่เลวร้าย

ฒ...วัยทอง





โดย Suramayria   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 03:11:36 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 3
ผมชอบคำของเฮียวาสินมากเลยครับ "คนอย่างผม เกิดมาเพื่อจะให้ ผู้อื่นมีความสุข คือเกิดมา เพื่อแสวงหา คนที่เราจะทำให้มีความสุข
" ผมเองก็เป็นคนๆหนึ่งที่แสวงหาเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่ผมเจอมันมักจะมีอะไรซักอย่างคอยหลอนให้ผมไม่มั่นใจที่จะสานต่อ มีอะไรบางอย่างบอกว่ามันไม่ใช่
และตัดสินใจจบเรื่องราวเหล่านั้นลง มีหลายครั้งเหมือนกันที่ผมมารู้ว่าสิ่งที่สูญเสียไปนั่นแหละคือสิ่งที่ใช่ แต่ผมก็ไม่สามารถจะคว้าสิ่งที่หลุดลอยไปแล้วให้กลับมาได้

เรื่องใครซักคนเข้ามาบงการชีวิต ผมก็มีโอกาสได้พบเจอกับชีวิตเพื่อนบางคนที่ทำตัวเป็นตุ๊กตาบาร์บี้ให้มีคนจับดัดท่าทางเปลี่ยนเสื้อผ้าได้
ผมก็เคยคิดมาก่อนถ้าเป็นผม ผมเองคงจะไม่ยอม แต่เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน ทุกวันนี้ผมมองภาพเหล่านั้นแล้วรู้สึกว่า
คนๆนั้นน่าอิจฉาที่มีใครซักคนมารักมาห่วงใย มันเป็นเรื่องมุมมองความคิดที่แตกต่างกัน ถ้ามีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันบ้างก็น่าจะทำให้ความสัมพันธ์เป็นไปอย่างราบรื่น

น้องสาวผมเดินทางมาเมืองไทย และได้พูดคุยกันก่อนสงกรานต์นี้ เธอถาม "เฮีย เมื่อใหร่จะแต่งงาน อายุก็มากแล้วนะ อยู่คนเดียวอย่างนี้ต่อไปเกิดเป็นอะไรมาใครจะดูแล"
เรื่องราวของปลาหมึกย่างกับกุ้งย่างมันทำให้ผมคิดถึงคำพูดของน้องสาวผมขึ้นมา ผมก็คิดเหมือนกันนะว่าถ้าเปลี่ยนเหตุการนั้นจากเฮียวาสิน มาเป็นผม ผมจะมีโอกาสได้มานั่งอยู่ตรงนี้หรือเปล่า
เพราะผมเองก็ดื้อไม่แพ้กัน ถ้าไม่ปางตายก็ไม่ไปหาหมอ

แต่ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ข้อสรุปของชีวิตเกี่ยวกับชีวิตโสดและชีวิตคู่
เฮียวาสินกล่าวมาไม่ผิดเลยครับ ผม"เป็นคนที่มี ความคิด ข้ามช็อต ส่วนใหญ่ จะคิดเอาเอง จากการกระทำ ของคนรอบข้าง "
ผมว่ามันก็เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวเอง มีหลายครั้งเหมือนกันที่ผมคาดการณ์ผิดพลาดทำให้เสียเรื่องไปบ้างก็มี
ความจริงไปๆมาๆ ผมเองก็ยังสงสัยตัวเองว่าผมเลือกอะไรอยู่ ในเมื่อคนเพอร์เฟคไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลก แม้แต่ตัวเราเองก็เหมือนกันก็หาใด้เลิศภพจบแดนมาจากใหน
ความจริงอย่างที่เฮียวาสินว่ามานั่นล่ะครับคือผู้หญิงที่ผมหา เพียงแต่ว่าผมต้องการเพิ่มเติมก็คือความรักและความเข้าใจที่มีให้กับผม
ผู้ชายที่คิดไม่เหมือนใครในโลก คิดในมุม มองในมุมที่ชาวบ้านเขาไม่ค่อยจะคิดกัน เพราะถ้าเธอไม่เข้าใจ เธอจะคิดว่าเธอกำลังใช้ชีวิตร่วมอยู่กับคนบ้าคนหนึ่ง
ความจริงผมก็ไม่เถียงหรอกนะครับ ผมบ้าจริงๆ นั่นล่ะ แต่ผมบ้าอย่างมีระบบ บ้าอย่างมีรูปแบบ
ถ้าผมจะเริ่มใช้ชีวิตกับใครซักคนผมว่ามันคงไม่ยากหรอกครับ จะเริ่มก็น่าจะเริ่มได้เลย แต่ที่ยังไม่ลงตัวซักทีก็คงเป็นเพราะเลือกมากอยู่นั่นล่ะ
ไม่รู้จะเลือกอะไรกันนักหนา ผมชอบคำลงท้ายเฮียวาสินครับ "สมน้ำหน้า อยากเลือกนักนี่ เลยหาไม่ค่อยเจอ ลองไม่หาดูสิ อาจจะเจอ
"
นั่นสินะครับ ถ้าผมลองไม่หาดูอาจจะเจอ ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ

แต่ผมเองยังรู้สึกว่าผมเองยังมีความกลัวและความลังเลอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
ผมเองยังต้องการความคิดเห็นและมุมมองของท่านอื่น ๆ เพราะการคิดอะไรเฉพาะในกรอบและมุมมองของตัวเองฝ่ายเดียว
มันจะทำให้ความคิดคับแคบตัดสินใจกรอบแคบ ๆ ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งการตัดสินใจผิดพลาดในชีวิตได้

ส่วนท่าน ฒ...วัยทอง ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับ ผมคิดว่าผมรู้จักรัก รู้จักแบ่งปัน และคนทุกคนรู้จักที่จะเสียใจ
ผมเองก็ยังเป็นปุถุชนคนธรรมดา ที่มีรัก โลภ โกรธ หลง อยากจะรัก แต่ก็กลัวเหมือนกันที่จะทำให้ใครเจ็บ
เรื่องของชีวิตคู่ถ้าตัดสินใจผิดพลาดตั้งแต่ต้นแล้วคนเจ็บไม่ได้มีแค่สองครับ ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น..


โดย JK! หมัดมั่ว   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 04:52:08 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 4
อีกมุมเนาะ... อ่สนไว้ๆๆ..นะเด็กดีนะ

โดย นายเด็กดี   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 08:37:49 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 5
น้องเอ๋ย..ตามีสอง หูมีสอง ขาดไปข้างนึงคนอื่นมองก็ว่าเราพิกลพิการ

เคยดูหนังเรื่อง "ถังป๋อหู่ " หรือไม่ บัณฑิตหนุ่มที่มากความรู้ ร่อนเร่ไปทั่ว มีชื่อเสียงขจรไกล ในด้านศิลปะวิทยา ไม่สนสาวสวยที่มีในใต้หล้า แต่วันหนึ่ง สวรรค์บันดาลให้ไปพบ สาวใช้ของญาติตัวเอง ถึงกับยอม ลดตัวขายตัวไปเป็นบ่าวเพื่อได้พบสาวใช้นั้น...

ไม่ต้องถามหาความเห็นผู้ใดดอก เพราะถึงเวลาแม้ท่านอยู่เฉยๆ มันก็จะมาหาเอง

ไม่จำเป็นหรอกว่า สาวเจ้านั้นจะต้องสวยเลิศ และความรู้ต้องถึงปริญญาตรี
ขอให้รู้ไว้เถิดว่า ใครก็ตามที่เราเห็นว่าสวยที่สุด ดีที่สุด เหมาะกับเราที่สุดและเราอยู่กับเค้าแล้วมีความสุขที่สุด เศร้าที่สุด หวงห่วงมากมายเกินบรรยาย นั่นละ คือโซ่พันธนาการที่ท่านเลือกเอง
หึหึตอนนี้คิดอยากมีโซ่ล่ามกาย อยากติดบ่วงกับดักสวรรค์แล้วรึ....

โดย อาอี้   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 09:06:34 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 6
ปม ที่อยู่ในจิตใจ คุณ โจนาธาน คือ ปมอดีต
มันเหมือนกับ ที่สมัยผม ยังเล็กๆ กินปลาตะเพียน ต้มส้ม แล้วก้าง มันติดคอ จนบัดนี้ ผม ยังมีอคติ กับการกินปลาต้ม ปลาต้ม ทุกอย่าง ผมไม่กล้ากิน แม้ใคร? จะบอกว่า มันอร่อยแค่ไหน? แต่ถ้าเปลี่ยน เป็นทอดล่ะก็ ได้เลย ไม่ห่วง? พูด ถึง ปม อดีต ผม มีเยอะแยะ
แต่ผม ปลดพันธนาการ มันหมด ด้วยการ มองใหม่ว่า มันอาจไม่ใช่?
ถึงมันใช่ ก็ไม่เห็น จะเป็นอะไร? แค่ทำวันนี้ ให้ดีที่สุด

นี่ถ้า คุณ โจนาธาน ตกอยู่ในสภาวะ อย่างผม คงอาเจียร เป็นเลือด
ทุกวัน ผม ยังอยู่ กับ วันทอง โดยคิด ว่า เขาคือเพื่อน คนหนึ่ง
ที่ดีที่สุด ในยามผม เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าเรา ให้อภัยได้ แม้จะไม่ตลอดเวลา แต่ใน ขณะที่ ให้อภัย คุณรู้ไหมว่า? มันยิ่งใหญ่ เหมือนเรา เป็น เจ้ามหาชีวิต คุณลองคิดดู ถึง สภาพที่ ผู้หญิง ก้มลงกราบ แทบเท้า คุณ แล้ว บอกว่า "คนดี ของน้อง น้องขอโทษ น้องผิดไปแล้ว"
ขอน้อง อยู่ด้วย ในฐานะ อะไร? ก็ได้ คนใช้ หรือ น้องสาว หรือ เพื่อน ขอให้ น้องได้อยู่ ดูแล พี่ ว่า พี่ทานข้าวหรือยัง?
มีใครซักเสื้อผ้า ดูแล เสื้อผ้า ให้พี่แล้วหรือไม่? พี่จะดุ จะด่า
จะว่า อะไร? น้องจะไม่เถียง หรือ ถ้าพี่ จะฆ่าน้อง น้องก็ยอมตายด้วยน้ำมือพี่" คุณ ลองฟังดูสิ มันเป็น นิยาย น้ำเน่า ขนาดไหน? แล้วเราจะเอาอะไร? กับชีวิต เด็กที่จะเกิดมา เขาจะต้อง มีภูมิคุ้มกัน
เขาจะต้องเข้มแข็ง เพราะเผ่าพันธ์ ที่แข็งแรงเท่านั้นที่อยู่รอด

ครับ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันหน้า ช่างหัวมัน

โดย วาสิน ไทยแท้   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 09:58:12 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 7
เทียน......คงให้คำแนะนำอะไรไม่ได้

ได้แต่ให้กำลังใจห่างๆ...เท่านั้นเอง

อวยพรให้พี่เจเคด้วย .. ขอให้เจอคนสวยของพี่ไวๆนะคะ

โดย เทียนไข   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 10:55:01 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 8
สำหรับไม้ไผ่ ไม้ไผ่ว่า ไม้ไผ่ชอบเปงโสดนี่แหละถึงมันเหงานะ แต่มันอิสระดี ถ้าเรามีใครสักคนอย่างนั้น ภาระ พันธนาการ มันมาแน่ๆ เราถูกผูกแล้ว เราจาไปไหน เราก้อมีห่วง ไม้ไผ่รุสึกว่าโสดนี้แหละดีนะ



โดย กระบี่ไม้ไผ่   เมื่อ วันอังคารที่ 20  เมษายน 2547, 23:48:20 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 9
หนึ่งคนก้าวมองไกลไปข้างหน้า
กลับพบว่าห่างตัวตนเป็นคนเหงา
ทางที่เหลือก็สั้นลงคงมิยาว
วันว่างเปล่าทวงอดีตไม่คิดลอง

อีกหนึ่งคนก้มมองทางที่ย่างก้าว
เงาติดเท้าเฝ้าติดตามถามเหตุผล
เข้ารกพงฝ่าดงไพรไม่อับจน
หนีไม่พ้นเงาติดพันฝันติดตัว

อีกหลายคนก็ต่างทางต่างคำถาม
ต่างก้าวตามทางลิขิตชีวิตผลัน
ต่างก็ก้าวหมายก้าวไปให้สำคัญ
ก้าวให้เห็นว่าตนนั้นก้าวหน้าไกล

ทางเอ๋ยทางเดิน
ชวนเพลิดเพลินชมริมทางบ้างเถิดหนา
เก็บไม้ดอก..เติมน้ำธารที่ผ่านมา
ทางข้างหน้าเผื่อสุขไว้ให้แบ่งปัน

ทางเอ๋ยทางชีวิต
อย่ามัวคิดเป็นเจ้าของจองทุกสิ่ง
เหงายื่นมือเบื่อปล่อยออกบอกความจริง
อย่าประวิงวันผ่านเลยเช่นเคยทำ

ชีวิตผมก็ไม่ต่างจาก..ท่านJK!..และ..ท่านวาสิน...เท่าใดนัก
เริ่มต้นก็เคยชิน...กับชีวิตอิสระ..ไม่ชอบพันธะผูกพัน...สนุกกับการแสวงหาค้นพบ...และการประสบความสำเร็จ....
ต่อมา...อายุมากขึ้น...สิ่งที่อยากรู้...อยากทำ..ก็เริ่มน้อยลง...แล้วก็..เหงา....ก็เริ่มมองหาคนที่ถูกใจ....แรกก็เอาตัวเองเป็นหลัก
ด้วยเพราะมีสภาพความพร้อมที่เลือกได้.....ก็เลือกเอาคนสวย...น่ารัก..
รูปร่างดีๆ...มีความรู้....ปรนนิบัติเอาใจเก่ง....
อยู่ไปได้สักสี่ปี......มีความสุขมากๆ....แล้วจู่ๆเธอก็ขอบอกเลิกเอาดื้อๆ
บอกว่ามีผู้ชายคนใหม่....ตอนนั้นหนักหัวสมองมาก....ต้องขอเวลาคิดอยู่ร่วมเดือน....เมื่อมาคิดถึงความดีของเธอที่ผ่านมาแล้วก็โกรธเธอไม่ลง....กลับคิดยินดีที่เธอจะได้มีความสุขตามทางที่เธอเลือก.....จากกันด้วยรอยยิ้มครับ...กับบทเรียนที่มีค่ายิ่งทำให้รู้จักความสุขของการให้
เป็นความสุขที่เบาสบายอิ่มเอิบใจจริงๆครับ

แล้วชีวิตก็หมุนกลับเป็นวงกลมในแบบเดิมอีก...อิสระ...แสวงหา...ค้นพบ...ประสบความสำเร็จ....ไม่มีอะไรจะทำ...เหงา...หาคนรู้ใจ....


โดย มารบะหมี่   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 02:56:39 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 10
ขอโทษฮะ..ความคิดของผม..เรื่องครอบครัวควรเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละบุคคล..
อยากคุย..อยากปรึกษา..ไม่ควรเปิดเผยในที่สาธารณะ..ถึงแม้จะยกตัวอย่างมาเอ่ยอ้างก็เถอะ..อย่างน้อยมันก็ออกมาจากความรู้สึกและสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง..
อย่าเลยครับ..อย่าเอาบุคคลที่สามมาเอ่ยถึงเลย

โดย -`๏’- นันยาง -`๏’-   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 12:12:01 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 11
คุณ นันยาง พูดถูก ก็แค่เรื่องราว บนกระดานกระทู้
เขาก็เตือนแล้ว ให้ใช้วิจารณญาน ในการอ่าน
คุณ เชื่อหรือ ว่า ที่พูดมา ทั้งหมด นั้น เป็นเรื่องจริง
ในเมื่อแต่ละคน ก็ตอแหล ได้น่าเชื่อถือทั้งนั้น "ท่านนันยาง"

ใน สถานะการณ์ สงคราม ให้คุณ เป็น คนดี แค่ไหน? ก็เจ็บปวด

โดย วาสิน ไทยแท้   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 12:29:29 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 12
เวงกำ..ท่านJK มาถามผิดที่แล้วฮะ...
อย่างที่คุณวาสินบอกแหละ..
"ในเมื่อแต่ละคน ก็ตอแหล ได้น่าเชื่อถือทั้งนั้น"

แต่สำหรับผม..ผมไม่ตอแหลกับเพื่อนๆหรอกฮะ..โดนจับได้จะเสียความรู้สึกเปล่าๆ

โดย -`๏’- นันยาง -`๏’-   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 14:42:01 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 13
ขอโทษนะครับ..ถ้าความคิดของผมไปขัดแย้งกับเพื่อนๆ..
ผมคิดแบบนี้จริงๆ...

โดย -`๏’- นันยาง -`๏’-   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 14:50:26 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 14
โอย ๆๆ ปวดม๋อง ๆๆๆๆ
มัยต้องใช้ขะม๋องในการอ่าน มัยต้องใช้วิจารณญาน
แบบเข้าใจง่าย ๆ มีไหมคะ ไม่เปนพิษ เป็นภัย
อ่านแล้วสบาย ๆ อ่านแล้วทำงานสนุก ๆ
อ่านแล้วลืมไปว่าตะกี้เพิ่งปวดม๋องกะตัวเลขมา...พลีสสสสส

โดย เตมูยิน   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 15:42:10 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 15
คราวหน้าไม่ต้องอ่านนะ..แค่มาลงชื่อก็พอ

โดย -`๏’- นันยาง -`๏’-   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 15:59:48 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 16
ไม่ได้ว่าใคร? " หากไม่อยาก ผิดหวัง ก็อย่าคาดหวัง ก็เท่านั้นเอง จิงๆๆ"

โดย วาสิน ไทยแท้   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 18:59:07 น.

ลบ ความคิดเห็นที่ 17
ยังไงก็ขอบคุณมากกับทุกความเห็นนะครับ ขอบคุณกับทุกความหวังดี
บางทีอาจจะจริงอย่างที่คนรุ่นเก่าว่า มันเป็นลิขิตฟ้า สิ่งที่จะไม่เกิด จะไม่มีวันเกิด สิ่งที่จะต้องเกิด เลี่ยงยังไงมันก็ต้องเกิด

บางที ผมอาจจะแค่เหงา... และเบื่อกับวิถีชีวิตอิสระเดิม ๆ..
พรุ่งนี้มันมีวิถีทางของมัน

ขอบคุณทุกท่านครับ ผมแค่เหงา...



โดย JK! หมัดมั่ว   เมื่อ วันพุธที่ 21  เมษายน 2547, 19:00:32 น.








ยังจะอัพเดทต่อ แต่ต้องรอกันอีกซักพัก

หากต้องการติดต่อนายก้อง ส่ง E-Mail มาที่
webmaster@kongmemories.cjb.net
methipat@Hotmail.com
Joekong72@Hotmail.com
หรือฝากข้อความทิ้งไว้ที่ กระดานข่าว หรือ สมุดเยี่ยม ครับ